หัวข้อ: ถ้าอยากรวยต้องขยัน  (อ่าน 6941 ครั้ง)

เมื่อ: 28/03/2019 - 03:14 AM
               ประโยคยอดฮิต คนรวยเล่นหุ้นคนจนเสี่ยงดวง ถ้าอยากรวยต้องขยัน ประโยคนี้อยู่กับคนไทยมานาน แต่ความเป็นจริงไม่ว่าคนจนหรือคนรวย ก็เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นได้เหมือนกัน หากสนใจศึกษาหาความรู้การลงทุนให้ตัวเอง นอกจากนี้ยังต้องมีเงินทุนและยอมรับความเสี่ยงได้ ไม่ว่าคนระดับใหนก็อาจมีรายได้เสริมขึ้นมาได้ การลงทุนในตลาดหุ้นก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อาจเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ในระยะยาวที่ดีกว่าเสี่ยงโชคเลขเด็ดเด็ดล็อตเตอรี่ แต่ไม่ใช้ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ เพียงแต่ความเสี่ยงของการลงทุนในตลาดหุ้นจะต่ำกว่าการลงทุนในเลขเด็ดบาดาลหวยหุ้นหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียอีก เพราะการเสี่ยงโชคจุ๊บจุ๊พหาเลขเด็ดหรือการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ใช้เพียงความเชื่อและความหวังในการตัดสินใจเลขเด็ดท้ายล็อตเตอรี่หรือเลขหุ้นไทยเปิดปิดตลาดหุ้นเพื่อเสี่ยงดวงแต่ละครั้งเสี่ยงมากและเสี่ยงเสียเงินทุนแบบ100เปอร์เซนต์ เกือบทุกงวดเลยก็ว่าได้ ดังนั้นคุณต้องการแบบใหนระหว่าง อยากจนออมหวย อยากรวยออมหุ้น โปรดศึกษาข้อมูลอย่างมีสติก่อนตัดสินใจเสี่ยงโชคหรือลงทุนล็อตเตอรี่ ลองคลิ๊กดูข้อคิดการลงทุนหุ้นหรือล็อตเตอรี่เพิ่มเติม
ทุกข้อมูลการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดมีสติ
บันทึกการเข้า
  • น้องยิ้ม
Re: ถ้าอยากรวยต้องขยัน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 28/03/2019 - 03:16 AM »
เป็นบทความที่ดีมากผมอ่านหลายรอบมีประโยชน์มาก เหมาะสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะลงทุนอะไรดีไปทิศทางใหนดี จะลงทุนตลาดหุ้น หรือเสี่ยงดวงเสี่ยงโชค สลากกินแบ่งดี อยากให้ทุกท่านที่สนใจลงทุนหุ้น ลองอ่านและนำไปคิดวิเคราะห์กัน ขอบคุณเภาของบทความ คุณ ชัชชญา อังคุลี

         คนรวยเล่นหุ้น คนจนเสี่ยงดวง ประโยคนี้เหมือนจะเป็นประโยคยอดฮิต ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นคนจน คนมีรายได้ปานกลาง  หรือคนรวย ก็สามารถเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นได้ หากมีความรู้และเข้าใจรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับความพร้อมของตนเอง ทั้งด้านเงินทุน และการยอมรับความเสี่ยง

          โดยเฉพาะคนที่จน  หรือคนที่ระดับปานกลาง และอยากจะมีความมั่งคั่ง  “การลงทุนในตลาดหุ้น” นับได้ ว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ จากเงินต้นที่เรามีอันน้อยนิดให้งอกเงยขึ้นมาได้หากเราลงทุนในระยะยาวมากพอ  และแม้ว่าไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ  เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงของการลงทุนในตลาดหุ้น เชื่อว่า ยังต่ำกว่าการลงทุนในเลขเด็ดบาดาล หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียอีก  เพราะการจุ๊บจุ๊พหาเลขเด็ดหรือการซื้อสลากฯ ที่ใช้เพียงความเชื่อและความหวังในการตัดสินใจซื้อแต่ละครั้ง  เรากลับซื้อกันเป็นเรื่องปกติ และเสียเงินต้นแบบ 100% เกือบทุกงวดเลยก็ว่าได้

          ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทหารไทย กล่าวว่า การลงทุนในหุ้นจะเป็นสิ่งที่สามารถต่อยอดเงินออมได้อย่างมหาศาล และอยากให้มองกลับกันว่า การลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องของคนที่ไม่อยากจะจน หรืออาจจะกล่าวอีกอย่างว่า การลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะสนใจ  ถ้าอยากประสบความสำเร็จทางการเงิน หรืออยากยกระดับฐานะแห่งชีวิตให้ดีขึ้น ก็ต้องลงทุนในหุ้น

          เช่นเดียวกับ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร  ผู้เผยแพร่แนวคิดการลงทุนแบบเน้นคุณค่าคนแรกของประเทศไทย ที่มองว่า คนที่จะลงทุนในหุ้น ไม่จำเป็นต้องมีเงินมาก หรือต้อง มีความรู้ความสามารถในระดับสูง

          การที่เราบอกว่า คนที่จะลงทุนในหุ้น ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มันไม่ใช่แล้ว เนื่องจากปัจจุบันมีทางเลือกมากมาย ถึงจะไม่มีความรู้ก็สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมได้ แม้จะมีเงินน้อยเพียงไม่กี่พันบาท ก็สามารถทยอยลงทุนได้ ไม่มีปัญหา  ดีกว่าการเสี่ยงดวง  ความเสี่ยงก็ต่ำกว่า หากเราลงทุนเรื่อยๆ ดร. นิเวศน์ กล่าว

          ขณะที่ผู้ลงทุนรุ่นใหม่ไฟแรง  พรคง  ปัญญางาม ได้ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ความเชื่อที่ว่าการลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องของคนรวยนั้น เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป และยังมีคนจำนวนมากเชื่อแบบนี้ ดังนั้น เราจึงต้องเปลี่ยนความคิดตนเองให้ได้ (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.2558:239-240)

          มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ นำเสนอโดย  รศ.ดร.พรเพ็ญ วรสิทธา สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ชื่อหัวข้อ “โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม : กรณีศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร” ได้กล่าวถึงแนวคิดในการเปลี่ยนจากเงินหวยเป็นเงินออมว่า  การซื้อสลากฯ หรือหวย คนจะมองว่าเป็นการเสี่ยงโชค ไม่ใช่การลงทุน แต่หากเปลี่ยนมุมมองว่าการซื้อสลากกินแบ่งฯ และหวยเป็นการลงทุนทางการเงินประเภทหนึ่ง ก็จะพบว่า

          สลากกินแบ่งและหวยเป็นตราสารทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงประเภทอื่น เช่น หุ้นสามัญและตราสารอนุพันธ์

          ทั้งนี้ เนื่องจากการลงทุนในตราสารทางการเงินโดยทั่วไปจะมีสิ่งอ้างอิง เช่น การฟังธรรมสามัญของบริษัท ก. ผลตอบแทนที่คาดหวังย่อมขึ้นกับการตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินการของบริษัท ก.  เป็นต้น ในขณะที่การลงทุนในสลากกินแบ่งฯ หรือหวย เป็นการลงทุนที่ขาดสิ่งอ้างอิงที่เป็นรูปธรรม สิ่งอ้างอิงที่ใช้กันจึงมักเป็นไปความเชื่อเฉพาะบุคคล หรือไสยศาสตร์

          ดังนั้น จะเห็นได้ว่า สมัยนี้การลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ได้เป็นเรื่องยากและไกลตัวเลย ที่สำคัญไม่ใช่เป็นเรื่องของคนที่รวยอยู่แล้ว แต่มันเป็นเรื่องของคนที่ยังไม่รวย เป็นเรื่องของคนจนที่ต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงดวง  แต่คนจนสามารถเล่นหุ้นได้  บนทางเลือกหลายแบบที่เหมาะกับตนเอง
บันทึกการเข้า
  • น้องยิ้ม
Re: ถ้าอยากรวยต้องขยัน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 28/03/2019 - 03:22 AM »
ภาพที่ 1: ตารางแสดงปิดรามิดการลงทุน เรียงตามลำดับจากความเสี่ยงและผลตอบแทนต่ำสุด-สูงสุด
ที่มา : www.mrlikestock.com/go/startinvest/

   
      สำหรับผู้ที่ยังชื่นชอบการเสี่ยงดวง หรือซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนขึ้นไปอีก ลองมาพิจารณาตารางด้านล่าง จะพบว่า ในกรณีที่เราซื้อล็อตเตอรี 1 ชุด โอกาสที่จะถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 3 ล้านบาท มีเพียง 0.0001% เท่านั้น ส่วนโอกาสที่จะถูกรางวัลเลขหน้า 3 ตัว ,รางวัลเลขท้าย 3 ตัว และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว มีเพียง 0.2% ,0.2% และ 1% ตามลำดับ  แล้วลองคิดดูว่า เราซื้อมากี่งวดแล้ว คิดเป็นเงินที่เราจ่ายเพื่อการนี้ไปเท่าใด

          ทั้งนี้ยังไม่นับรวมเงินที่จ่ายไปเพื่อจุ๊บจุ๊พหาเลขเด็ดใต้ดิน ที่การออกรางวัลจะใช้ผลจากเลขรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือสลากออมสินมาเปรียบเทียบ และเงินรางวัลไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับอัตราของเลขเด็ด หรือจะไม่ได้รางวัลเลยถ้าเลขเด็ดกินรวบ

ดังนั้น  หากเราใช้มุมมองที่ว่า การซื้อสลากกินแบ่งฯ และหวยเป็นการลงทุนทางการเงินประเภทหนึ่ง ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับไม่ใช่สูงที่สุด เราจึงต้องมองหารูปแบบการลงทุนที่เสี่ยงรองลงมา บนผลตอบแทนในระดับปานกลาง และสามารถทำให้ชีวิตเรามั่งคั่งได้จากการลงทุน หรือง่ายๆ คือ การเอาเงินมาวาง ไว้ให้ถูกที่โดยที่ไม่เสียเงินต้นไปแบบ 100% บนความหวังลมๆ แล้งๆ

         
การลงทุนในตลาดหุ้น จึงเป็น 1 ทางเลือกที่น่าสนใจ  จากเดิมที่เราอาจจะลงทุนเฉพาะในหวยหรือสลากกินแบ่งฯ  (ซึ่งเงินต้นสูญเปล่าแน่นอนหากไม่ถูกรางวัล) หรือวิธีการที่เราคุ้นเคยมากที่สุดนอกเหนือจากจุ๊บจุ๊พหาเลขเด็ดแล้ว คือ การลงทุนด้วยการฝากเงินในธนาคารพาณิชย์ และรอรับดอกเบี้ยเงินฝาก
       
  สาเหตุหนึ่งที่เราต้องลงทุนในตลาดหุ้น  เพราะเราต้องการให้ผลตอบแทนงอกเงยสูงกว่าเงินฝาก และเงินต้นไม่หายไปทันทีเหมือนจุ๊บจุ๊พหาเลขเด็ด และการที่เราควรต้องหาผลตอบทนให้สูงเข้าไว้ เพราะว่าเงินที่เรามีในวันนี้จำนวนกี่บาท ในอนาคตจำนวนเงินมันยังเท่าเดิม แต่อำนาจของเงินจะลดลง เพราะเกิดจากเงินเฟ้อ ดังนั้น ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด  มูลค่าเงินของเราจะยิ่งมีค่าน้อยลงทุกที

ขอบคุณบทความคุณภาพและมีประโยชน์กับทุกท่านอย่างมากจาก
คุณ ชัชชญา อังคุลี
เว็บ https://www.efinancethai.com
บันทึกการเข้า
Re: ถ้าอยากรวยต้องขยัน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 28/03/2019 - 05:52 AM »
  • น้องยิ้ม
Re: ถ้าอยากรวยต้องขยัน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 28/03/2019 - 05:55 AM »
ใครอยากรวย... เรามีวิธี และเคล็ดลับมาฝาก

  เรียบเรียงโดยไทยล็อตโต้ออนไลน์

          อยากรวยทำไงดี... เชื่อว่าคงเป็นคำถามใครต่อใครก็ต้องการคำตอบ ก็แหม... จะมีซักกี่คนที่ไม่อยากรวย (จริงป่ะ) ซึ่งจริงๆ แล้วทุกคนก็ใช่ว่าจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาตั้งแต่แบเบาะ แต่ความสำเร็จในการหาเงิน เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างได้เสมอ สำคัญว่าจะต้องค้นพบตนเอง และดึงเอาศักยภาพของตนออกมาใช้ให้ได้เท่านั้น...

          วันนี้เราจึงหยิบเอา 5 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณรวยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งเป็นเคล็ดลับของ "อาจารย์บุญส่ง" เภาอาวาสวัดถาวรวราราม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สงฆ์อนัมนิกาย หลังจากท่านศึกษาศาสตร์ตะวันออกอย่างฮวงจุ้ย แล้วนำมาประยุกต์ชี้ทางรวยให้คนได้เป็นเศรษฐีมาแล้วมากต่อมาก…
1. วางเป้าหมาย

          อาจารย์บุญส่ง กล่าวว่า คนจะประสบความสำเร็จได้ สิ่งแรกต้องทำ คือการตั้งเป้าหมายแล้วเดินไปสู่เป้าหมายนั้น การตั้งเป้าหมายจะทำให้เกิดการวางแผน การดำเนินงานที่ชัดเจน มีการวางกรอบเวลาที่แน่นอน หากวางเป้าหมายผิดพลาด ทุกอย่างก็จะผิดพลาดคลาดเป้าไปด้วย เช่น ไทเกอร์ วูดส์ นักกอล์ฟมือ 1 ของโลก ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่เงินรางวัล แต่เป้าหมายของเขาอยู่ที่ทำอย่างไรถึงจะเป็นที่ 1 ในกีฬากอล์ฟ เขาฝึกฝนอย่างหนัก ในที่สุดก็ครองมือหนึ่งของโลก จากนั้นเงินก็ไหลมาเทมาอัตโนมัติ

2. ฉลาดเลือก

          ต้องรู้จักเลือกสิ่งดีๆ ให้ตนเอง สมมติมีงานชิ้นหนึ่งจะต้องทำ ซึ่งไม่ทำไม่ได้ แต่งานชิ้นนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเกิดรายได้เพียงน้อยนิด ถ้าเช่นนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมอบหมายให้คนอื่น (ที่มีรายได้ต่อนาทีที่ต่ำกว่าเรา) ไปดำเนินการแทน ด้วยวิธีนี้เราไม่ต้องเสียเวลากับงานชิ้นนั้น และงานชิ้นนั้นก็ไม่เสียด้วย อย่างนี้คือการฉลาดเลือก

3. เพิ่มผลผลิตของเวลา

          ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดคือเวลา ใน 1 วัน เราทำงานกี่ชั่วโมง นำวันทำงานทั้งหมดมาคิดเป็นจำนวนกี่ชั่วโมง กี่นาที แล้วเอาจำนวนนาทีทั้งหมดไปหารายได้ทั้งปี นี่คือการหาค่าของนาทีว่า นาทีหนึ่งของเรามีค่าเท่าไหร่ จากนั้นก็ไปเพิ่มผลผลิตของเวลา การเพิ่มผลผลิตของเวลา เช่น วันหนึ่งอ่านหนังสือได้ 50 หน้า และถ้าในหนึ่งวันเราอ่านหนังสือได้มากกว่า 100 หน้า อันนี้เรียกว่าการเพิ่มผลผลิตของเวลา ถ้าเพิ่มผลผลิตได้สูง เราก็พัฒนางานของเราได้สูง ที่สำคัญคือเราได้พัฒนาตัวเราเองด้วย

4. ชีวิต (ต้อง) ลิขิตเอง

          การที่คนไม่ให้ความสำคัญกับตัวเอง แล้วปล่อยเวลาให้เป็นไปตามยถากรรม แต่พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็โทษดวงชะตา โทษฟ้าลิขิต ซึ่งเป็นข้ออ้างและเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ไม่พัฒนาตัวเอง ถ้าจะดูความสำเร็จของคน ต้องดูจากสมุดบันทึกของเขา เช่น "เสี่ยจิ้น" เภาของโรงแรมแม่น้ำ เขาเดินทางจากเมืองจีนมาอยู่เมืองไทย เริ่มอาชีพด้วยการหาของเก่าขาย พอมีเงินก็ประกอบกิจการค้าไม้ เปิดโรงแรมเป็นโรงแรมเล็กๆ จากนั้นขยับขยายจนมีเป็นเภาของโรงแรมแม่น้ำ เสี่ยจิ้นมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เริ่มงานใดแล้วสู้ไม่ถอย จนประสบความสำเร็จ

5. กล้าเปลี่ยนแปลง

          การที่เสี่ยจิ้นประสบความสำเร็จก้าวขึ้นมาเป็นเภาของโรงแรมแม่น้ำได้ เพราะเขาไม่ยอมหยุดกับสิ่งเดิมๆ เมื่อเห็นว่ามีโอกาสเขาก็กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องแสดงความกล้าออกมา 5 เรื่องใหญ่ที่ควรเปลี่ยนมีดังนี้ ความคิด,พฤติกรรม,ที่อยู่อาศัย, สถานประกอบการ และสิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ศาสตร์อย่างฮวงจุ้ย ประยุกต์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี

          มีวิธีการที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เหล่าเศรษฐีทั้งหลายใช้ได้ผลมาแล้ว จงศึกษาวิธีเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องเสียหาย และเชื่อว่าถ้าไม่ดีจริงเขาคงไม่ประสบความสำเร็จเช่น
บันทึกการเข้า